บัตรเครดิตต่างจากบัตรกดเงินสดอย่างไร

บัตรเครดิตต่างจากบัตรกดเงินสดอย่างไร
 หลายคนอาจจะสงสัย ว่า บัตรเครดิตต่างจากบัตรกดเงินสดอย่าง ไร มันก็มิเงินออกมาให้เหมือนกัน นี่ นา เอ แล้วมันต่างกันอย่างไร หนอ.
เอ แล้วถ้าเราต้องการเงินสดเราจะกดจากบัตรอะไรดี หรือ สมัครใช้บัตรอะไรดีกว่ากัน อืม ผมเองก็เคยสงสัย ทำไมมันต้องมีหลายบัตรด้วยนะ ก็เลยลองค้นข้อมูลเกี่ยวกับบัตรเครดิต กับบัตรกดเงินสด ออกมาดู ผมลองสรุปคร่าวๆ มาเปรียบเทียบกันดู

บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด
เงินเดือนที่ใช้สมัคร >=15000 >=10000
วงเงินอนุมัติ >=2 เท่าเงินเดือน >=5 เท่าเงินเดือน
ค่าธรรมเนียมกดเงินสด 3% ไม่มี
ชำระคืนขั้นต่ำ 10% 5%
ดอกเบี้ย 20% >=20%

เงินเดือนที่ใช้สมัคร ของบัตรเครดิต นั้นต้องมากกว่าหรือเท่ากับ 15000 บาทขึ้นไป (สมัครยากกว่า บัตรกดเงินสดนะเนี่ย)

วงเงินอนุมัติ ของบัตรเครดิตได้ประมาณมากกว่าหรือเท่ากับ 2 เท่า ของเงินเดือน บัตรกดเงินสดให้มากกว่าเยอะพอสมควรเลย

ค่าธรรมเนียมกดเงินสด ของบัตรเครดิตคิดค่าธรรมเนียม 3% แต่บัตรกดเงินสดไม่คิดค่าธรรมเนียม อันนี้ดีมากๆ เลย

ชำระคืนขั้นต่ำ ของบัตรเครดิตต้องชำระถึง 10% ส่วนบัตรเงินสดชำระแค่ 5% อย่างงี้บัตรกดเงินสดก่อผ่อนได้นานกว่านะสิ

ดอกเบี้ย ของบัตรเครดิตคิดที่ 20% ส่วนบัตรกดเงินสด มากกว่าหรือเท่ากับ 20%(แล้วแต่ธนาคาร)

___________________________________________________________

สำหรับผมคิดว่า

บัตรเครดิต มีไว้เพื่อการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องพกเงินสดให้ยุ่งยากแถมมีแต้มสะสมเพื่อแลกของรางงัลอีก แต่ถ้าจะถอนเงินสดจากบัตรเครดิตก็จะมีค่าธรรมเนียมในการใช้วงเงินอยู่ด้วย

บัตรกดเงินสด แต่อาจไม่เหมาะมาใช้จ่ายแทนบัตรเครดิตเพราะบัตรเครดิตมีแต้มสะสม แต่บัตรกดเงินสดไม่มี แต่มีข้อดีตรงที่วงเงินที่ได้สูงกว่าบัตรเครดิตและให้ระยะเวลาการผ่อนคืนกลับมานานกว่า บัตรกดเงินสดจึงน่าจะเป็นเหมือนกับวงเงินฉุกเฉินเมื่อมีเหตุต้องใช้เงิน

หวังว่าบทความนี้คงจะช่วยให้ผู้อ่านพอเข้าใจถึงภาพรวมความแตกต่างของบัตรเครดิตกับบัตรกดเงินสด เพื่อใช้จ่ายให้เหมาะสมกับชีวิตประจำวันของเรา ขอบคุณครับ

kman

ปลดหนี้บัตรเครดิต

ปลดหนี้บัตรเครดิต ก็ง่ายๆ แค่จ่ายหนี้หมดตามกำหนด แค่ นั้นเอง :) แต่จริงๆ แล้วอาจไม่ง่ายขนาดนั้น (บางคนรูดเพลิน รูดบัตรโน้นโป๊ะบัตรนี้ กันสารพันกันไปหมด) มีข้อแนะนำสำหรับคนที่มีหนี้บัตรเครดิตหลายๆ ใบ ง่ายๆ คือ

  • เช็คบัตรเครดิตของตัวเองว่ามีกี่ใบ เป็นหนี้อยู่เท่าไหร่ อยู่กี่ใบ ต้องจ่ายใบไหนจำนวนเท่าไหร่ จดมาเป็นรายการเพื่อเปรียบเทียบ
  • เช็คค่าธรรมเนียม ดอกเบี้ย ของบัตรแต่ละใบที่เป็นหนี้ และจดเพื่อเปรียบเทียบว่าควรจะชำระหนี้ของบัตรใบไหนก่อน
  • ลองโทรศัพท์เพื่อเจรจาต่อรอง เรื่องของดอกเบี้ยบัตรเครดิต ของธนาคารนั้นๆ อาจจะไม่สำเร็จทุกธนาคารไปแต่อย่างน้อยก็ได้ลองแล้ว ถ้าสำเร็จก็จะลดภาระของเราลง
  • ชำระหนี้ ซึ่งแน่นอนต้องเป็นบัตรที่มีดอกเบี้ยสูํง อยู่แล้วแต่ ควรต้องจ่ายให้มากกว่าขั้นต่ำมากๆ นะเพื่อให้บัตรหมดไวที่สุด แต่ต้องอย่าลืมจ่ายเบี้ยของบัตรที่ตอกเบี้ยต่ำกว่าด้วยนะ อาจชำระที่ขั้นต่ำก็ได้ ไม่งั้นโดนค่าปรับได้ (ย้ำนะครับว่าต้องชำระหนี้ของบัตรที่ดอกเบี้ยสูง โดยผ่อนให้มากกว่าขั้นต่ำ ส่วนบัตรที่ดอกเบี้ยต่ำกว่าให้ผ่อนแค่ขั้นต่ำก็พอ พอบัตรที่ดอกเบี้ยสูงหมดแล้ว ก็เริ่มผ่อนจำนวณมากๆ กับบัตรที่ดอกเบี้ยต่ำ) ถ้าทำได้อย่างนี้ ไม่นานนักก็จะหมดนี้บัตรเครดิตได้ครับ หรืออาจใช้บริการโอนหนี้ของบัตรเครดิต ซึ่งก็มีอยู่หลายธนาคาร เพื่อรวมหนี้บัตรเครดิตทั้งให้เหลือเพียงที่เดียว ซึ่งอาจจะได้ดอกเบี้ยที่ถูกกว่าได้ แต่ต้องศึกษารายละเอียดค่าธรรมเนียมดอกเบี้ยต่างๆ ก่อนนะครับ และใช้วิธีการตามที่กล่าวมาไม่นานนักดอกเบี้ยก็จะหมดครับ
  • ห้ามนะครับ ถ้าอยากปลดหนี้ก็อย่าหาหนี้มาใส่ตัวอีกนะครับ เพราะไม่งั้นคงจะแก้ปัญหากันไม่จบอย่างแน่นอน
kman

 

ดอกเบี้ยบัตรเครดิต

อัตราดอกเบี้ยของบัตรเครดิตในปัจจุบันเท่ากับร้อยละ 20 ต่อปี ซึ่งอัตราดอกเบี้ยนี้ถูกกำหนดและกำกับดูแลโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งจะประกาศให้สถาบันการเงินที่เป็นธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร ผู้เป็นเจ้าของบัตรเครดิตนำอัตราที่กำหนดนี้ไปใช้เป็นอัตราขั้นสูงสุดที่จะสามารถเรียกเก็บจากผู้ใช้บัตรได้ ซึ่งมีธนาคารบางแห่ง ใช้อัตราที่ต่ำกว่า

(รูปตัวอย่างการคิดดอกเบี้ยบัตรเครดิตของธนาคารไทยพาณิชย์)

 

kman

เครดิตบูโรกับแบล็คลิส

เครดิตบูโรกับแบล็คลิส

เครดิตบูโรกับแบล็คลิส มันคือ อะไร หนอ ? เชื่อว่า อาจจะมีหลายคนยังไม่รู้จักเกี่ยวกับ สองคำนี้อย่างชัดเจนนัก บ้างก็อาจคิดว่ามันเหมือนกันมั้งคือประวัติเครดิตเสีย อืม แล้วอันที่จริงเป็นแบบไหนกันนะ

เครดิตบูโร คือ การรายงานสถานะการชำระสินเชื้อย้อนหลัง 24 เดือน ล่าสุด หมายความว่าคุณจะชำระสินเชื่อตรงกำหนดหรือไม่ตรงกำหนด ในระยะเวลา 24 เดือน นั้นจะมีบันทึกอยู่ที่เครดิตบูโร ซึ่งมีผลกับเราก็คือเวลาเราขอทำสินเชื่อกับธนาคาร ทางธนาคารจะทำการตรวจสอบเครดิตบูโรถ้าพบว่ามีการชำระสินเชื่อที่ไม่ดี ค้างชำระหนี้ หรือ ผิดชำระหนี้ ทางธนาคารจะรู้ได้จากรายงานของเครดิตบูโร ซึ่งอาจมีผลให้ไม่อนุมัติสินเชื่่อได้ วิธีแก้คือต้องพยายามชำระหนี้ให้ได้ตรงกำหนดที่สุด เพื่อให้ประวัติช่วงหลัง มีสถานะดีขึ้น และเมื่อครบกำหนด 24 เดือน ข้อมูลเครดิตบูโรที่ไม่ดีก็จะถูกลบออกจากระบบไป ส่วนในกรณีที่เราสงสัยเกี่ยวกับเครดิตการชำระสินเชื่อของเรา เราสามารถขอดูได้จากเครดิตบูโร โดยเสียค่าใช้จ่าย 200 บาท ต่อครั้ง ครับ

แบล็คลิส คือ รายชื่อบุคคลที่มีประวัติเสียทางการเงิน จนถูกขึ้นบัญชีแบล็คลิส สถานะของบุคคลนั้นจะเป็นเหมือนภาพนิ่งครับ ไม่่มีการเคลื่อนไหวใดๆ

รู้จักกับเครดิตบูโร กันอีกหน่อยสิ
เครดิตบูโร (Credit Bureau) หรือ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติคือบริษัทที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลเครดิตจากสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิก เมื่อมีสถาบันการเงินที่จะปล่อยสินเชื่อ เงินกู้ทั้งหลายหรือลูกค้าที่เป็นเจ้าของข้อมูลเอง ต้องการก็จะสามารถยื่นคำขอ รายงานข้อมูลเครดิต มาได้ซึ่งในรายงานนั้น จะประกอบด้วย ข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคุณสมบัติของลูกค้าที่ขอสินเชื่อ ประวัติการขอสินเชื่อประวัติการได้รับอนุมัติสินเชื่อ และ การชำระสินเชื่อรวมถึง ประวัติการชำระค่าสินค้าหรือบริการด้วยบัตรเครดิตเครดิตบูโรจะไม่มีข้อมูลที่เกี่ยวกับ ทรัพย์สินส่วนตัวหรือ ข้อมูลบัญชีเงินฝาก ของบุคคลผู้นั้นจะรายงานเพียงข้อมูลทางด้านสินเชื่อเท่านั้นครับ

เครดิตบูโรกับแบล็คลิส จึงสรุปคร่าวๆ ว่า แบล็คลิสคือคนที่ติดบัญชีของทางธนาคารให้เป็นคน ที่มีประวัติเสียทางการเงิน ส่วนเครดิตบูโร เป็นการรายงานสถานะสินเชื้อย้อนหลัง 24 เดือน

        อยากจะแนะนำนะครับสำหรับท่านที่จะกู้เงินจากสถาบันการเงิน ต้องดูถึงความสามารถในการชำระ สินเชื่อคืนให้กับธนาคารด้วยนะครับเพระว่าถ้าชำระเงินคืนไม่ได้ อาจมีผลให้ต้องเีสียทรัพย์รวมทั้งประวัติ การเงินเสียด้วย ทำให้เวลาขอสินเชื่อต่อไปทำได้ ยาก ขึ้น ครับ

kman

สมัครบัตรเครดิต

ตอนนี้คุณอาจจะเริ่มสนใจสมัครบัตรเครดิตดูบ้างแล้ว แต่ต้องมาดูก่อนดีกว่าว่าจะต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง ในการสมัครบัตรเครดิต        1. เงินเดือน 15,000 บาท ขึ้นไป เป็นเงินเดือนขั้นต่ำในการที่จะสมัครบัตรเครดิตได้ ทางธนาคารหรือสถาบันการเงินมักให้วงเงินประมาณ สอง เท่าของ เงินเดือน  2. ทำงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน (เพราะธนาคารจะเช็คบัญชีเงินเดือนย้อนหลัง) 3. ไม่มีประวัติ ชำระหนี้ช้า หรือแบล็คลิส 4. อยู่ในบริษัทชั้นนำ หรือเปิดมานานมีชื่อเสียงพอสมควร

ถึงมีคุณสมบัติบางอย่างไม่ครบก็ลองสมัครดูได้ครับไม่เสียหาย เพราะสมัครฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย ใดๆ ทั้งสิ้น

หลักฐานที่ใช้ในการสมัครบัตรเครดิต

        1. สลิปเงินเดือนล่าสุด หรือ หนังสือรับรองเงินเดือน (วันออกหนังสือไม่เกิน 2 เดือน)

        2. บัญชีเงินเดือนที่แสดงเงินเดือนเข้าย้อนหลัง 3 เดือน

        3. สำเนาบัตรประชาชน

        4. สำเนาทะเบียนบ้าน

*ถ้าเป็นเจ้าของธุรกิจ ให้ใช้หนังสือรับรองหรือทะเบียนการค้า แทนสลิปเงินเดือน ส่วนบัญชีย้อนหลังต้องใช้ 6 เดือน ครับ

แนะนำเวปไซท์สำหรับสมัครบัตรเครดิตออนไลน์

http://www.webpakgroup.com/online/index.php

http://www.bangkokcredit.com/home.php 

kman

เทคนิคการใช้บัตรเครดิต

เทคนิคการใช้บัตรเครดิต

คราวนี้เราจะลองใช้ประโยชน์จากบัตรเครดิต กันบ้าง นะครับ ผมมีตัวอย่างที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ลองมาดูกันนะครับ เผื่อจะเป็นไกไลน์ว่าจะสามารถใช้บัตรเครดิตให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร

* ค่าน้ำน้ำมัน การใช้บัตรเครดิต จ่ายค่าน้ำมัน ก็สะดวกสบาย แถมยังได้แต้มสะสม จากการใช้บัตรเครดิตด้วย แต่อย่าลืมเช็คเงื่อนไขของบัตรเกี่ยวกับการเติมน้ำมันก่อน นะ

* ค่าไฟฟ้า ก็ใช้ได้ สามารถใช้บัตรเครดิตได้ด้วย เท่าที่เช็คมาตอนนี้รับบัตรเครดิตของธนาคาร ตามตารางด้านล่าง ครับ

- บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด - บริษัท เจเนอรัล คาร์เซอร์วิสเซส จำกัด
- บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด(มหาชน) - บริษัท ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

ข้อมูลเพิ่มเติม

http://www.pea.co.th/th/services/how2pay.htm

* ค่าน้ำประปา ก็ทำนองเดียวกันกับค่าไฟฟ้า รับบัตรเครดิตของธนาคารตามตารางด้านล่างได้เลย

    ธนาคารกสิกรไทย
    ธนาคารซิตี้แบงก์
    บัตรไดเนอร์สคลับ
   ธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้(HSBC)
   ธนาคารแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด
   ธนาคารไทยพาณิชย์
    บัตรเครดิตเทสโก้ วีซ่า

ข้อมูลเพิ่มเติม

http://www.mwa.co.th/ewt/mwa_internew/paypoint.html

* ค่าช้อปปิ้งซุปเปอร์มาเก็ต ยังงัยซะแทบทุกเดือนเราก็ต้องจับจ่ายใช้สอยของใช้เข้าบ้านอย่างน้อย ซัก 1 ครั้ง เราก็ยังหาซุปเปอร์มาเก็ตที่รับบัตรเครดิตได้ และก็ได้แต้มสะสมเพิ่มด้วย

* ค่าอาหาร และเอนเตอร์เทน อีกมากมาย ที่สามารถใช้บริการบัตรเครดิตได้ เท่านี้เราก็สามารถมี ชีวิตที่สบายและใช้จ่ายอย่างรู้คุณค่าได้ด้วยบัตรเครดิต

* อย่าเบิกเงินสดด้วยบัตรเครดิตที่ตู้ ATM เพราะบัตรเครดิตจะคิดค่าธรรมเนียม 3% ของยอดเงินที ่เบิกให้หาทางเลี่ยงเอา เช่น ของไทยพาณิชย์ใช้บริการ DJung Transfer ในการโอนเงินจากบัตรเครดิตเข้าสู่บัญชีธนาคาร ก็ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมแล้ว

* จ่ายคืนเต็มจำนวน ไม่มียอดค้างชำระ ก็จะไม่ต้องเสียค่าดอกเบี้ยบัตรเครดิตแล้ว (ดอกเบี้ยบัตร เครดิตคิดที่อัตรา 20% ต่อปี)

* อย่าจ่ายช้ากว่าวันชำระ ถ้าจ่ายช้ากว่าวันชำระจะเสียค่าปรับ 100 – 200 บาท และอาจทำให้ประวัติ ชำระเงินเสียได้ (อาจเสียเครดิตได้)

* ไม่ซื้อของที่คิดค่าบริการเพิ่มจากบัตรเครดิต บางร้านคิดค่าชาร์จเพิ่ม 3-5% ควรเลือกซื้อร้านอื่นที่ ไม่คิดค่าบริการเพิ่มจะดีกว่า

kman